ReadyPlanet.com


การชี้ถุกผิดและการเรียกร้องค่าเสียหาย กรณีรถจักรยานเฉี่ยวชนกับมอเตอร์ไซด์


 ดิฉันมีเรื่องจะรบกวนปรึกษาคุณทนายดังนี้ค่ะ

   สามีของดิฉันขี่รถจักรยานเสือหมอบไปบนถนนหลวงเลนซ้ายอยู่ใต้เส้นไหล่ทางตามปกติ จากนั้นมีรถมอเตอร์ไซด์ข้ามถนนมาจากเลนขวาพุ่งมาขวางหน้าจักรยาน สามีเบรคอย่างแรงจนเบรคล้อหลังจักรยานล็อคอัตโนมัติ รถเฉี่ยวชนกัน คู่กรณีไม่ได้รับบาดเจ็บ รถมอเตอร์ไซด์เสียหายเล็กน้อยแค่ไฟแตก สามีตกลงจากรถได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลภายหลังทราบว่ากระดูกสะโพกร้าว เบื้องต้นหมอให้นอนพักนิ่งๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้กระดูกประสานติดกันได้เอง ขณะนี้ผ่านไป 1 สัปดาห์ หมอนัดดูอาการอีกครั้ง 9 กพ.59

    หลังเกิดเหตุใหม่ ๆ คู่กรณีซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ในพื้นที่นั้น รับปากว่าจะดูแลค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมแซมรถจักรยานให้ สามีและเพื่อนๆ ที่ขี่จักรยานไปด้วยกันจึงไม่ได้แจ้งความ เหตุเกิดประมาณ 10.00 น.แต่ประมาณ 15.00 น.ดิฉันไปขอลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่โรงพัก ร้อยเวรบอกว่ารับลงเป็นหลักฐานเท่านั้นไม่สามารถชี้ว่าใครถูกผิดได้ เบื้องต้นร้านขายจักรยานประเมินค่าซ่อมรถ 62,000 บาท แต่เราคิดว่าบางชิ้นส่วนเรายอมรับได้ และไม่อยากมีเรื่องราว จึงเรียกค่าเสียหายไปแค่ 18,000 บาท คู่กรณีบอกว่าจะจ่ายให้ 3,000 บาท เราจึงไม่ยอม คู่กรณีจึงไม่ยอมยื่นหลักฐาน พรบ.ของรถมอเตอร์ไซด์เพื่อนำมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ เราจึงบอกว่าจะขอให้ตำรวจไปดูที่เกิดเหตุและสอบสวนและจะเรียกค่าเสียหายเต็มตามสิทธิ์ของเรา คู่กรณียืนยันว่าให้ไปฟ้องร้องเอาแล้วเขาก็กลับไป เราจึงโทรบอกตำรวจ ตำรวจจึงโทรให้เขานำเอกสาร พรบ.มามอบให้เรา คู่กรณีจึงยอมนำหลักฐาน พรบ.มามอบให้เราใช้เบิกค่ารักษา

    วันที่ 31 มค.59 ตำรวจนัดหมายไปชี้ที่เกิดเหตุ พยาน 2 คนชี้จุดเกิดเหตุตรงกันว่าเกิดใต้เส้นไหล่ทาง แต่คู่กรณียืนยันว่าเขาจอดมอเตอร์ไซด์อยู่บนถนนเหนือเส้นไหล่ทางเพื่อรอให้จักรยานขี่เลยไป เขาไม่ได้ล้ำเส้นไหล่ทางมาแต่จักรยานไปเฉี่ยวชนเขาเอง ร้อยเวรก็บอกว่าให้แต่ละฝ่ายให้การไปก่อนและจะรอผลการรักษาคนเจ็บซึ่งหมอนัดไว้วันที่ 9 กพ.ก่อนจึงจะสรุปคดี ตอนนี้ถือว่าคู่กรณียังอยู่ในขอบเขตที่เจรจากันได้

    กรณีนี้อยากจะปรึกษาทนายความดังนี้ค่ะ

1.รถมอเตอร์ไซด์มีความผิดชัดเจนหรือไม่ ข้ออ้างว่าจอดรออยู่เหนือเส้นไหล่ทางให้จักรยานไปก่อนใช้ได้หรือไม่

2.เรามั่นใจว่าเราเป็นฝ่ายถูก กรณีมีพยาน 2 คน ชี้จุดยืนยันว่าเหตุเกิดในเส้นไหล่ทาง เพียงพอที่จะชี้ผิดถูกหรือยัง

3.การเรียกร้องค่าเสียหายเดิมเราเรียกแค่ 18,000 เพราะไม่อยากมีเรื่องราว แต่เวลานี้มันเลยความรู้สึกนั้นไปแล้ว ตั้งแต่เกิดเหตุคู่กรณีไม่เคยมาเยี่ยม ให้แต่เราเป็นฝ่ายโทรไปสอบถาม รับสายบ้าง ไม่รับสายบ้าง อ้างว่างานยุ่ง เรานัดหมายให้นำเอกสารมาให้เราก็ผิดนัด ผิดเวลา ที่จำยอมมาพบเราที่โรงพยาบาลก็เพราะเราเร่งรัดให้นำหลักฐาน พรบ.มาให้เรา และเมื่อนำมาให้ก็ใช้หลักฐาน พรบ.เป็นเครื่องต่อรองเพื่อให้เรายอมจบเรื่อง ที่ยอมมอบหลักฐาน พรบ.ให้เราภายหลังก็เพราะเราโทรไปขอให้ตำรวจช่วยพูดคุยให้ ดูจากพฤติการณ์แล้ว คู่กรณีเป็นผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ น่าจะทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน แต่กลับตรงกันข้าม ไม่รักษาคำพูด ไร้น้ำใจ อีกทั้งยังใช้ทุนประกัน พรบ.ที่ตนเองมีอยู่เป็นเครื่องต่อรองเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบและคำนึงถึงแต่ประโยชน์ของตนเองเพียงฝ่ายเดียว แสดงให้เห็นถึงการขาดคุณธรรม หากเราเรียกร้องค่าสินไหมและเสียหายในลักษณะดังต่อไปนี้ได้หรือไม่

         1) ค่ารักษาพยาบาล เราเบิกได้จาก พรบ.30,000 บาท จากนั้นจะเบิกจากกองทุนสวัสดิการข้าราชการเนื่องจากเราเป็นข้าราชการ แต่มีบางส่วนที่เราเบิกไม่ได้ เช่น แคลเซียมและอาหารบำรุง เสริมสร้างกระดูก ค่าห้องพิเศษที่เกินจากสิทธิ์ ส่วนที่เราเบิกไม่ได้ เราจะเรียกร้องเพิ่มเติมได้หรือไม่  มากน้อยเท่าใด

         2) ค่าขาดงาน เราเป็น ขรก.ยังมีสิทธิ์ลาป่วย ยังไม่ถูกหักเงินเดือน เราสามารถเรียกร้องในกรณีนี้ได้หรือไม่ หรือมีในรูปแบบใดที่เราสามารถเรียกร้องได้

         3) ค่าจ้างคนเฝ้าไข้ เรียกร้องเป็นค่าจ้างพยาบาลเฝ้าไข้ได้หรือไม่

         4) ค่าเจ็บป่วย ทุพลภาพชั่วคราว เราต้องเจ็บป่วย ไม่สามารถลุกเดินใช้ชีวิตปกติได้ ลำบากกายใจ ได้รับความไม่สะดวกในการประกอบกิจกรรมต่างๆ เกิดความเครียด สามารถเรียกร้องได้หรือไม่ มากน้อยเท่าใด ประเมินเป็นรายวันได้หรือไม่ วันละประมาณเท่าใด

         5) ค่าซ่อมแซมรถจักรยาน ควรประเมินเป็นค่าซ่อมแซม หรือประเมินเป็นซื้อคันใหม่แล้วหักลบด้วยราคาที่ขายคันเก่าได้ ประเมินแบบใดจะเหมาะสมกว่ากัน

         6) ค่าทำขวัญ สามารถเรียกร้องได้หรือไม่

         7) มีค่าสินไหมอื่นใดที่ควรเรียกร้องอีกหรือไม่

     เวลานี้เสียความรู้สึกมากกับคู่กรณีที่กลับกลอกและใจดำ ไร้น้ำใจกับเรามาก หากเขาแสดงน้ำใจกับเรา รักษาคำพูดและยอมจ่าย 18,000 บาท ตั้งแต่แรกนั้น เราจบเรื่องสบายใจไปแล้ว แต่เมื่อเป็นอย่างนี้ก็คงต้องสู้กันต่อไป ขอความกรุณาจากทนายในการให้คำปรึกษาและขอขอบคุณมาล่วงหน้าด้วยค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ ตุ้ม :: วันที่ลงประกาศ 2016-02-01 14:25:17 IP : 1.20.238.182


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3571578)

เรียกได้หมดครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายประมุข 0873611107 (pramook_law-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-02-02 08:50:36 IP : 49.49.244.249


ความคิดเห็นที่ 2 (3571864)

 ในข้อ 1 ดิฉันได้รับคำตอบมาจากทนายความบางท่านว่าจักรยานควรวิ่งบนทางเท้าเท่านั้น  เขาตอบว่า "ขอให้คุณจำหลักไว้อย่างหนึ่ง มอเตอร์ไซด์นั้นดูเห็นจักรยานสามีคุณหรือไม่ หากสามีคุณไม่ได้ดูมอเตอร์ไซด์เลยอันนี้สามีคุณผิด อย่าลืมนะครับถนนไม่ว่าจะไหล่ทางหรือเลนบนถนนไม่ควรเอาจักรยานไปวิ่งควรวิ่งบนทางเดินเท้าดีกว่านะครับสรุป ประเด็นแรกสามีคุณอาจจะประมาทหรือไม่ระมัดระวังเสียเองเลยชนมอเตอร์ไซด์เข้า เพราะทางกฎหมายถือว่าหากกรณีเกิดการละเมิดขึ้นแต่การละเมิดเป็นความผิดของผู้เสียหายเสียเอง แม้ผู้กระทำละเมิดจะได้จ่ายค่าเสียหายไปแล้วก็สามารถไล่เบี้ยคืนได้ครับหรืออาจจะอ้างไม่รับผิดในค่าเสียหายได้"  ดิฉันขอเรียนถามว่า ถนนเมืองไทยแทบจะไม่มีทางเดินเท้าให้จักรยานให้วิ่งเลยนะคะ โดยเฉพาะถนนหลวงในต่างจังหวัดมีแค่ไหล่ทางเท่านั้น ประเด็นนี้แปลว่าจักรยานไม่ควรใช้ถนนเหล่านี้เลยใช่หรือไม่คะ ถ้าหากใช้ถนนที่ไม่มีทางเดินเท้าแปลว่าจักรยานต้องรับความเสี่ยงเอาเอง หากเกิดอุบัติเหตุนั่นคือจักรยานจะต้องมีความผิดฐานนำจักรยานมาวิ่งบนไหล่ทางใช่หรือไม่คะ

2.เรื่องค่าเสียหาย ดิฉันได้รับคำตอบว่า "เมื่อขึ้นศาลแล้วศาลจะกำหนดอัตราค่าเสียหายเองคุณจะอ้างความลำบากคุณไม่ได้เลย ง่ายๆคือ ตอบไม่ได้มันเป็นไม่ใช่เรื่องที่จะกำหนดเองได้ตามใจโดยยึดเฉพาะความพอใจของฝ่ายตนฝ่ายเดียว" นี่แปลว่าดิฉันไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้เลย ต้องรอให้ศาลเป็นผู้กำหนดเท่านั้นใช่มั้ยคะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ม (jrp_su-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-02-03 16:00:46 IP : 125.26.82.87



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๖