ReadyPlanet.com


ควรดำเนินการอย่างไร


 ดิฉันรบกวนสอบถามท่าน เพื่อช่วยแนะนำ และชี้แนะแนวทาง เกี่ยวกับปัญหาของดิฉันหน่อยให้ค่ะ  

เรื่องมีอยู่ว่า ตากับยาย มีลูกด้วยกัน 5 คน เมื่อตากับยายของดิฉันยังมีชีวิตอยู่ ตากับยาย มีไร่อยู่ประมาณ 5 ไร่  ให้ลุง(ลูกชายคนที่ 3) ไปสร้างอยู่ และทำไร่อยู่ในที่ดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นลุง(ลูกชายคนที่ 3)ของดิฉันมีสติสัมปะชันยะครบถ้วน และต่อมาก็มีอาการทางระบบประสาท ตากับยายส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเกี่ยวกับการรักษาทางระบบประสาท และเมื่ออาการดีขึ้นก็กลับมาดำรงชีวิตในไร่เหมือนเดิม และเมื่อไม่ได้กินยาต่อเนื่องอาการทางระบบประสาทก็กลับมาเหมือนเดิม แต่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกายคนรอบข้าง ตอนนั้นตากับยายให้ป้า(ลูกสาวคนที่ 1)เป็นผู้ดูแลและตกลงว่าจะให้ดินแปลงดังกล่าวเป็นของป้า(พี่สาวคนที่1) แต่โฉนดเป็นชื่อของยาย  แต่เมื่อประมาณ6ปีที่แล้ว ป้า(ลูกสาวคนที่4)+ลุงเขย พาตัวยายไปที่สนง.จังหวัดได้โกหกยายว่าจะพาไปวัด ยายเชื่อจึงยอมไป เมื่อไปถึงที่ สนง.ที่ดินจังหวัดเพชรบุรี เขาให้ยายเซ็นต์โอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับป้า(ลูกสาวคนที่4) ไป ยายก็เซ็นต์โอนให้ป้าคนที่ 4ไป และต่อมายายได้เสียชีวิตลง ป้าคนที่ 4 ติดป้ายประกาศขายที่ดิน แปลงดังกล่าว ซึ่งลุง(ลูกชายคนที่ 3) ยังอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว ดิฉัน(เป็นบุตรของลูกสาวคนที่ 5) อยากจะรบกวนท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะแนวทางให้ดิฉันหน่อยว่าดิฉันควรทำอย่างไร และมีวิธีอย่างไรที่จะดำเนินการได้บ้างค่ะ

หมายเหตุ:

     ลูกของตากับยาย มี 5 คน

           คนที่ 1 เป็นลูกสาวสถานะสมรส แต่ไม่มีบุตร

           คนที่ 2 ลูกชายสถานะโสด (เสียชีวิต)

           คนที่ 3 ลูกชายสถานะโสด(ไม่มีครอบครัว และไม่มีบุตร) มีอาการทางระบบประสาท

           คนที่ 4 ลูกสาวสถานะสมรส มีบุตร 3 คน

           คนที่ 5 ลูกสาวสถานะสมรส (เสียชีวิต) มีบุตร 3 คน



ผู้ตั้งกระทู้ BigBlue (thida3968-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2020-05-08 13:04:58 IP : 101.109.176.206


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4197813)

 ปัญหาชีวิต

  ตามข้อเท็จจริงที่บอกมา  ในเมื่อคุณยาย ได้โอนที่ดิน ให้ ลูกสาวคนที่ 4 แล้ว  กรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของป้า (คนที่ 4) นับแต่วันที่จดทะเบียนการโอน แม้จะมีใครอาศัยอยู่บนที่ดินแปลงนี้  คงไม่สิทธิดีกว่าเจ้าของ (ป้าคนที่ 4) เมื่อคุณยายตาย ที่ดินแปลงนี้ ก็ไม่ใช่มรดกของคุณยาย  เพราะคุณยายโอนไปแล้วก่อนตาย  ดังนั้นทายาททุกคนที่บอกมา  จึงไม่สิทธิในการขอแบ่งปันที่ดินแปลงนี้ ผู้มีกรรมสิทธิ์ คือป้าคนที่ 4 คนเดียวเท่านั้น...

    ประเด็นที่บอกว่า คุณยายถูกหลอกให้โอนที่ดินให้ป้าคนที่ 4  ถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นเรื่องจริง  ก็มีช่องทางให้เพิกถอนการโอนได้  แต่...ในเมื่อเหตุการณ์ผ่านมาถึง 6 ปี (ตามที่บอก) ประกอบกับคุณยายก็เสียชีวิตแล้ว  การจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้  แทบเป็นไปไม่ได้  และการจดทะเบียนโอนที่ดิน ณ  สนง.ที่ดินฯ ที่มีเจ้าพนักงานที่ดินดูแล จัดการในการโอนกรรมสิทธิ์ ตามอำนาจหน้าที่  การจะไปโต้แย้งว่า เป็นโอนที่ไม่ชอบ ยิ่งตอกย้ำว่า เป็นไปไม่ได้แน่นอน ที่จะไปร้องศาลให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ ในครั้งนั้น...

   อีกประเด็นหนึ่ง  ถ้าคุณลุง(คนที่ 3) ยังครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้  ในฐานะเจ้าของ โดยป้าคนที่ 4 ไม่เคยโต้แย้ง  ถ้าครอบครองติดต่อกัน 10 ปี  คุณลุง(คนที่ 3) ก็สามารถอ้างการครอบปรปักษ์ ให้ได้กรรมสิทธิ์ ในที่ดินแปลงนี้ได้   แต่ต้องร้องศาล จึงจะได้กรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์  แต่...ถ้าป้าคนที่ 4  ไหวตัวทัน  มีการฟ้องขับไล่คุณลุง( คนที่ 3 ) ออกจากที่ดินก่อนจะครบ 10 ปี  สิทธิที่จะอ้างการครอบครองปรปักษ์ ย่อมหมดไป

  ทางสุดท้าย ลูกและหลานของยาย  ร้องศูนย์ดำรงธรรม (คงตั้งอยู่ ณ ศาลากลางจังวัด)  เพื่อขอให้ป้า แบ่งปันที่ดิน ให้ทายาททุกๆคน  ถ้าเจ้าหน้าที่เป็นใจช่วยเหลือ อย่างจริงจังและจริงใจ  ในการไกล่เกลี่ยเจรจา  ป้าคนที่ 4 อาจใจอ่อน ยอมแบ่งปันที่ดินให้พี่น้องและหลานบ้างตามสมควร  แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ฯ บอกปัดว่า กรรมสิทธิ์เป็นของเขาแล้ว  ไม่ต้องมาเจรจากันให้เสียเวลา ก็จบข่าว   เพราะกรณีนี้ ถ้านำหลักการของกฎหมายมาว่ากัน คุณป้าคนที่ 4  ย่อมอยู่ในฐานะได้เปรียบ  100% ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2020-05-17 08:06:13 IP : 101.51.7.55



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๔