ผู้จัดการมรดก

         เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายมรดกตกทอดแก่ทายาททันที แต่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของกองมรดกยังไม่ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาทโดยเด็ดขาดจนกว่าจะมีการแบ่งปันทรัพย์มรดกกันเรียบร้อย

ประเภทของผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกมีสองประเภทคือ ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมและผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล

หนึ่ง ผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม กฎหมายได้กำหนดวิธีการตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรมไว้ ๒ วิธี คือ
          ๑.โดยผู้ทำพินัยกรรม หมายความว่า ผู้ทำพินัยกรรมได้ระบุชื่อบุคคลให้เป็นผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรม เช่น เขียนพินัยกรรมตั้งนาย ก. เป้นผู้จัดการมรดก
          ๒.โดยบุคคลซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรมให้เป็นผู้ตั้งผู้จัดการมรดก หมายความว่า ผู้ทำพินัยกรรมมิได้ระบุชื่อบุคคลที่จะเป็นผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรมแต่ระบุให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้ตั้งผู้จัดการมรดก เช่น เขียนพินัยกรรมว่า ในการตั้งผู้จัดการมรดกนี้ ให้นาย ข.พิจารณาเลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดก
         พินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกนั้นต้องชัดแจ้ง โดยผู้จัดการมรดกอาจมีคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ และผู้จัดการมรดกต้องสมัครใจทำหน้าที่ด้วย ศาลอาจแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมให้เป็นผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาลก็ได้

สอง ผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล ผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาลมี ๒ ประเภทคือ ผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจทั่วไปและผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจเฉพาะ
           ๑.ผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจทั่วไป หมายความว่า ผู้จัดการมรดกที่สามารถจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตายได้ทั้งหมด
           ๒.ผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจเฉพาะ หมายความว่าผู้จัดการมรดกที่มีอำนาจจัดการทรัยพ์มรดกอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ

บุคคลผู้มีอำนาจร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือร้องคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดก

        คดีขอตั้งผู้จัดการมรดก มีประเด็นแห่งคดีว่า ผู้ร้องเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นพนักงานอัยการหรือไม่? มีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกหรือไม่? และผู้จัดการมรดกมีคุณสมบัติต้องห้ามที่จะเป้นผู้จดการมรดกหรือไม่?

        ดังนั้นจะเห็นได้ว่า บุคคลผู้มีอำนาจร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือร้องคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดกจึงได้แก่ หนึ่งทายาท สองผู้มีส่วนได้เสียและสามพนักงานอัยการ

       หนึ่ง ทายาท ทายาทที่จะมีสิทธิร้องขอศาลตั้งผู้จัดการมรดก หมายถึง ทายาทที่มีสิทธิรับมรดกเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมก็ได้ ทายาทโดยธรรมไม่ได้หมายถึงทายาททุกลำดับตามที่กฎหมายกำหนด เพราะถ้ามีทายาทลำดับต้นอยู่ ทายาทลำดับหลังย่อมไม่มีสิทธิรับมรดก

       สอง ผู้มีส่วนได้เสีย หมายถึงบุคคลนั้นจะเป็นผู้รับประโยชน์ถ้ามีผู้จัดการมรดกขึ้นมา หรือจะเสียประโยชน์ถ้าไม่มีผู้จัดการมรดก ผู้มีส่วนได้เสียอาจเป็นบุคคลดังต่อไปนี้
             ๑. ผู้สืบสิทธิของทายาท คือทายาทของทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก
             ๒. ผู้แทนโดยชอบธรรมของทายาท คือบิดามารดาที่ยังมีอำนาจปกครอง ผู้รับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมก็เป็นผู้แทนโดยชอบธรรม เหตุที่มีส่วนได้เสียเพราะต้องระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้เยาว์
 
             ๓. ผู้ปกครองผู้เยาว์ คือกรณีผู้เยาว์ไม่มีบิดามารดาหรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครองแล้วมีการตั้งผู้ปกครองขึ้น ผู้ปกครองต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้เยาว์ทำนองเดียวกับผู้แทนโดยชอบธรรมเช่นกัน
             ๔. ผู้อนุบาลคนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ผู้อนุบาลจึงเป้นผู้มีส่วนได้เสียเหมือนกัน
             ๕. เจ้าหนี้กองมรดกที่ไม่มีทายาท กองมรดกที่ไม่มีทายาทจำเป้นต้องตั้งผู้จัดการมรดกขึ้นมา เจ้าหนี้จึงเป้นผู้มีส่วนได้เสีย
             ๖. ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
             ๗. สามีหรือภรรยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากเป้นผู้ทำมาหาทรัพย์สินมาได้ร่วมกัน
             ๘. ผู้มีกรรมสิทธิ์รวม
             ๙. ผู้ประกอบกิจการค้าร่วมกับผู้ตาย กรณีนี้ทำนองเดียวกัผู้มีกรรมสิทธิ์รวม

       สาม พนักงานอัยการ พนักงานอัยการคือข้าราชการในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ (๑๐) การที่กฎหมายให้อำนาจพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้เป็นเรื่องช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

เหตุตามกฎหมายที่จำเป็นจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอตั้งผู้จัดการมรดก

       หนึ่ง ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายหรือไปอยู่นอกอาณาเขตหรือเป็นผู้เยาว์
       สอง เมื่อผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถหรือเต็มใจที่จะจัดการหรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกหรือในการแบ่งปันทรัพย์มรดก
       สาม เมื่อข้อกำหนดพินัยกรรมซึ่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ไม่มีผลบังคับได้ด้วยประการใดๆ

คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก

        ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติคุณสมบัติต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดกเท่านั้นคือ ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถและบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย ฉะนั้นบุคคลใดมีลักษณะดังกล่าวจะเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้ นอกจากนั้นเป็นผู้จัดการมรดกได้ทั้งสิ้น บุคคลที่จะเป็นผู้จัดการมรดกอาจจะไม่ได้เป็นทายาทเลยก็ได้ หรือไม่ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียก็ได้ ศาลตั้งใครก็ได้ถ้ามีการร้องขอให้ตั้งบุคคลนั้นที่มีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามดังกล่าวแล้ว ศาลตั้งบุคคลนั้นเป็นผู้จัดการมรดกได้เสมอ