ReadyPlanet.com
dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletจัดเตรียมคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
bulletจัดเตรียมคำให้การสู้คดี
bulletจัดเตรียมคำฟ้องคดี
bulletเรียกคืนเงินค่าเปลี่ยนสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด
bulletสู้คดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletสู้คดีสัญญาสินเชื่อเงินผ่อนสินค้า อีซี่บาย (เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส)
bulletสู้คดีสัญญาสินเชื่อเงินสดอีซี่บาย (เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส)
bulletสู้คดีกู้เงินสินเชื่อธนาคารประชาชน (ธนาคารออมสิน)
bulletสู้คดีคอร์ทส์ เม็กก้าสโตร์ ภูเก็ต (รีโซลูชั่น เวย์)
bulletสู้คดีเซทเทเลม
bulletสู้คดีแคปปิตอล โอเค
dot
ตัวอย่างผลงานของเรา
dot
bulletตัวอย่างชนะคดีเช่าซื้อรถยนต์
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletเรื่องจริง บริษัทประกันชีวิตยอมจ่ายหนึ่งล้าน
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคสัญญาสินเชื่อเงินสดอีซี่บาย
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคสินเชื่อธนาคารออมสิน
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภค (เช่าซื้อรถยนต์)
bulletตัวอย่างชนะคดี พ.ร.บ.จราจร (เมาแล้วขับ)
bulletตัวอย่างชนะคดี พ.ร.บ.ศุลกากร
bulletตัวอย่างชนะคดีชั้นศาลอุทธรณ์
bulletคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (ดำเนินคดีด้วยตนเอง)
bulletตัวอย่างฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ยอมชดใช้ค่าเสียหาย)
dot
ตัวอย่างเอกสารทางกฎหมายฟรี
dot
bulletตัวอย่างจดหมายทวงหนี้ที่ไม่เป็นความจริง
bulletตัวอย่างคำฟ้อง
bulletตัวอย่างคำให้การจำเลย
bulletตัวอย่างคำร้องต่างๆ
bulletตัวอย่างเอกสารที่สำคัญอย่างอื่นๆ
bulletตัวอย่างอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา
dot
บทความทางกฎหมายอื่นๆ
dot
bulletคำฟ้องสั่งสอนทนายความ (เรื่องจริง)
bulletทนายความออนไลน์
bulletทนายความกับการตลาดแบบตรง
bulletอาชีพทนายความ
bulletทนายความ:อำนาจหน้าที่และสิทธิในประมวลกฎหมาย
bulletทนายความ:อำนาจหน้าที่และสิทธิในพระราชบัญญัติอื่นๆ
bulletผู้ใหญ่บ้าน
bulletคดีซื้อขายที่เป็นคดีผู้บริโภค
dot
เพื่อนบ้านของเรา
dot
bulletสารบัญเว็บไทย
bulletอุปกรณ์กีฬา
bulletเรียนรู้การตลาดออนไลน์ โดย Google Adword แบบมืออาชีพ
dot
Newsletter

dot


สำนักงานอัยการสูงสุด
กรมบังคับคดี
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค


ตัวอย่างคำฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ article

 

 

           ข้อเท็จจริงในคดีนี้ ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่..... กรกฎาคม ๒๕๔๖ เวลา ๑๖.๓๐ น. ตำรวจกองบังคับการตำรวจ.....ได้นำหมายค้นของศาลอาญาที่...../๒๕๔๖ ไปตรวจค้นที่บริษัท ภาพยนตร์ จำกัด ห้องเลขที่..... ชั้น ๓ อาคารไทม์ สแควร์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร พบเทปวัสดุโทรทัศน์แผ่นวีซีดีภาพยนตร์ต่างประเทศที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาจากนายทะเบียนและไม่ผ่านพิธีศุลกากร ต่อมาวันเดียวกัน เวลา ๑๘.๓๐ น. ผู้ต้องหาซึ่งเคยเป็นผู้มีชื่อได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ แต่ไม่ได้เป็นกรรมการของบริษัทฯแล้วในวันและเวลาที่บริษัทฯถูกตรวจค้น ได้เดินทางไปที่บริษัท ภาพยนตร์ จำกัดสถานที่เกิดเหตุเนื่องจากต้องการแสดงความบริสุทธิ์และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ตรวจค้นได้จับกุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีเนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาเป็นผู้มีชื่อได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดข้อหาประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายซึ่งเทปวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต นำเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มิได้ผ่านการตรวจพิจารณาจากเจ้าพนักงานให้บริการในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์และนำสินค้า ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซึ่งสินค้าต้องห้ามต้องจำกัดโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตทั้งๆที่ผู้ต้องหาไม่ได้กระทำผิดซึ่งหน้าและไม่มีหมายจับหรือคำสั่งของศาลและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี โดยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เมื่อกระบวนการสอบสวนดำเนินไปจนถึงที่สุด ในคดีนี้พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหา หลังจากนั้นผู้ต้องหาผู้ได้รับความเสียหายจากการถูกจับกุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้เป็นโจทก์ฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจค้น/จับกุมดังกล่าว ตามสิทธิในฐานะผู้เสียหายซึ่งสามารถฟ้องคดีได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ (๒) การฟ้องคดีอาญาเองนอกจากจะรวดเร็วแล้วยังเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดได้รับการยกโทษได้ชดเชยความเสียหายตามที่ควร หากไม่เปิดโอกาสเช่นนี้ อาจจะเกิดเหตุการณ์ทางใดทางหนึ่งดังนี้คือ เจ้าพนักงานตำรวจชุดตรวจค้น/จับกุมอาจมีความผิดถูกลงโทษถึงขั้นจำคุกและอาจถูกออกจากราชการทั้งชุด หรือ ผู้เสียหายอาจหายไปจากโลกนี้ เมื่อผู้เสียหายตรวจดูกฎหมายแล้วและเห็นว่าเข้าเกณฑ์ครบองค์ประกอบของกฎหมายอาญามาตราใด ผู้เสียหายก็ฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนกฎหมายชุดนี้เป็นจำเลยทุกกรรมทุกกระทงไป การมีเรื่องกับตำรวจในทางคดีนั้นแม้จะไม่ง่ายแต่ก็ไม่มีอะไรยากเกินไป เมื่อเรามั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายนั้นจะเป็นใครมีตำแหน่งใดหรือชั้นยศใดก็ตามก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายเช่นกัน ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนี้ตัดสินใจฟ้องตำรวจชุดตรวจค้น/จับกุมนี้ ในลักษณะฟ้องคดีเพื่อสั่งสอนเท่านั้น ไม่ได้มีความประสงค์จะเอาถึงขั้นให้ตายกันไปข้างหนึ่งหรือไม่ให้มีทางออกเสียเลย การฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองใช้แบบพิมพ์ของศาล หมายเลข (๔) คำฟ้อง โดยมีเนื้อหาดังนี้

ข้อหาหรือฐานความผิด เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , ความผิดต่อเสรีภาพ , เจ้าพนักงานทำและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ , ทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ , เจ้าพนักงานแกล้งให้ต้องรับโทษ ,ซ่องโจร , แจ้งความเท็จมีเหตุฉกรรจ์ , แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ และความผิดหมิ่นประมาท

            ข้อ ๑.ขณะเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยทั้งห้าเป็นข้าราชการตำรวจ สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ดำรงตำแหน่ง รองผู้กำกับการ ๓ กองบังคับการตำรวจ..... จำเลยที่ ๓ ดำรงตำแหน่ง สารวัตรแผนก ๑ กองกำกับการ ๒ กองบังคับการตำรวจ..... จำเลยที่ ๔ ดำรงตำแหน่งรองสารวัตร   แผนก ๔ กองกำกับการ ๓ กองบังคับการตำรวจ..... จำเลยที่ ๕ ดำรงตำแหน่ง พนักงานสอบสวน (สบ.๑) แผนก ๒ กองกำกับการ ๑ กองตำรวจ..... จำเลยทั้งห้าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจทำการสืบสวนคดีอาญาได้อีกทั้งมีอำนาจและหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย

               ๑.๑ เมื่อวันที่.....กรกฎาคม ๒๕๔๖ เวลากลางวันและกลางคืนหลังเที่ยงต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งห้าได้ปฏิบัติการตามหน้าที่โดยร่วมกันนำหมายค้นของศาลอาญาเลขที่...../๒๕๔๖ ไปทำการตรวจค้นที่ บริษัท ภาพยนตร์ จำกัด ห้องเลขที่.....ชั้น ๓ อาคารไทมส์ สแควร์ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ ๒๔๖ ถนนสุขุมวิท ๑๒-๑๔แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานครและจำเลยทั้งห้าได้บังอาจสมคบร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือจำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์กล่าวคือ

               จำเลยทั้งห้าได้จับกุมโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งนี้เพราะเป็นการจับกุมโจทก์โดยไม่มีคำสั่งหรือหมายของศาล อีกทั้งโจทก์มิได้กระทำผิดซึ่งหน้าหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นให้จับกุมโจทก์ได้โดยไม่มีหมายตามที่กฎหมายบัญญัติและโดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใดๆทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เพราะการจับกุมโจทก์ของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำให้โจทก์ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต่อมาจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันควบคุมตัวโจทก์นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายบันทึกการตรวจยึด/จับกุม ที่จำเลยทั้งห้าได้ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะผู้จับกุมท้ายฟ้องเอกสารหมายเลข ๑

               ๑.๒ ตามวันเวลาในฟ้องข้อ ๑.๑ จำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีหน้าที่ทำเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารได้ทำเอกสารบันทึกการตรวจยึด/จับกุมโดยร่วมกันกรอกข้อความลงในเอกสารดังกล่าวในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยแบ่งหน้าที่ให้จำเลยที่ ๔ ป็นผู้เขียนกรอกข้อความแทน จำเลยทั้งห้าได้รับรองเป็นหลักฐานต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จว่า “การกระทำของ บริษัท ภาพยนตร์ จำกัด โดยนาย ป.ในฐานะนิติบุคคลและในฐานะส่วนตัวเป็นการกระทำผิด.ร.บ.ควบคุมเทปและวัสดุโทรทัศน์  .ศ. ๒๕๓๐ ข้อหาประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต , นำเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจให้บริการในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์และมีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มิได้มีผู้รับรองสำเนาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตน นอกจากนี้ยังเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ข้อหา นำสินค้า ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซึ่งสินค้าต้องห้ามต้องจำกัดโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจำเลยทั้งห้าได้ลงลายมือชื่อของตนรับรองไว้ในฐานะผู้จับกุมท้ายเอกสารบันทึกดังกล่าว รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารบันทึกการตรวจยึด/จับกุมกุม ท้ายฟ้องเอกสารหมายเลข ๑ แต่ความจริงคือนาย ป. (โจทก์) มิได้เป็นกรรมการบริษัท ภาพยนตร์ จำกัด จึงไม่ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายอย่างใดๆในฐานะนิติบุคคล เนื่องจากได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนให้โจทก์ซึ่งเป็นกรรมการออกจากบริษัท ภาพยนตร์ จำกัด แล้วตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม  ๒๕๔๕ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการดังกล่าวจากสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ และโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายอย่างใดๆในฐานะส่วนตัวด้วย และในเอกสารบันทึกการตรวจยึด/จับกุม ซึ่งปรากฏตามเอกสารหมายท้ายฟ้องหมายเลข ๑ นั้นจำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันกรอกข้อความรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารการตรวจยึด/จับกุมนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จว่า “เสร็จสิ้นการตรวจค้นเวลา ๑๘.๐๐ น.” แต่ความจริงนั้นการตรวจค้นเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ ๒๓.๓๐ น. การที่จำเลยทั้งห้าได้ทำและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จดังกล่าวข้างต้นทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องถูกจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามฟ้องข้อ ๑.๑

               ๑.๓ ตามวันเวลาในฟ้องข้อ ๑.๑ จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันทำเอกสารบันทึกตรวจยึด/จับกุมตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ดังกล่าวข้างต้นมีข้อความว่า “การกระทำของ บริษัท ภาพยนตร์ จำกัด โดยนาย ป.ในฐานะนิติบุคคลและในฐานะส่วนตัว เป็นการกระทำผิด.ร.บ.ควบคุมเทปและวัสดุโทรทัศน์  .ศ. ๒๕๓๐ ข้อหาประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต , นำเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจให้บริการในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์และมีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มิได้มีผู้รับรองสำเนาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตน    นอกจากนี้ยังเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ข้อหา นำสินค้า ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซึ่งสินค้าต้องห้ามต้องจำกัดโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และข้อความที่ว่า“เสร็จสิ้นการตรวจค้นเวลา ๑๘.๐๐ น.” อันเป็นความเท็จ โดยจำเลยทั้งห้ารู้อยู่แล้วว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นซึ่งเป็นการทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จและจำเลยทั้งห้านำบันทึกการตรวจยึด/จับกุมส่งมอบให้ พ.ต.ท. ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เพื่อให้ พ.ต.ท. ว พนักงานสอบสวนเชื่อว่าได้มีความผิดอาญาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง หรือ เชื่อว่าความผิดอาญาที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นร้ายแรงกว่าที่เป็นจริง ซึ่งความจริงโจทก์มิได้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใดๆ การกระทำของจำเลยทั้งห้าดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

               ๑.๔ ตามวันเวลาในฟ้องข้อ ๑.๑ จำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญา คือจัดการตามหมายค้นของศาลอาญา เลขที่...../๒๕๔๖ กระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบโดยได้ร่วมกันจับกุมโจทก์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้เพราะเป็นการจับกุมโจทก์โดยมิได้มีคำสั่งหรือหมายของศาลอีกทั้งโจทก์มิได้กระทำผิดซึ่งหน้า หรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นให้จับกุมโจทก์ได้โดยไม่มีหมายจับตามที่กฎหมายบัญญัติตามคำฟ้องข้อ ๑.๑ จำเลยทั้งห้าได้ทำและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จตามคำฟ้องข้อ ๑.๒ และการทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามคำฟ้องข้อ ๑.๓ นั้นเป็นการเพื่อจะแกล้งให้โจทก์ได้รับโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ทวิ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีเพราะจำเลยทั้งห้ารู้อยู่แล้วว่าโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดกฎหมายแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยทั้งห้าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

               ๑.๕ ตามวันเวลาในฟ้องข้อ ๑.๑จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจรโดยจำเลยได้ร่วมสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปจับกลุ่มปรึกษาตกลงกันโดยมีเจตนาเพื่อกระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยร่วมกันจับกุมโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวในฟ้องข้อ ๑.๑ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ซึ่งเป็นความผิดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในภาคสอง ของประมวลกฎหมายอาญาและความผิดดังกล่าวนั้นมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไปและมีเจตนาเพื่อกระทำความผิดฐานเจ้าพนักงานแกล้งให้ต้องรับโทษตามคำฟ้องข้อ ๑.๔ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นความผิดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในภาคสองของประมวลกฎหมายอาญาและความผิดดังกล่าวนั้นมีกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิต การร่วมกันกระทำความผิดฐานซ่องโจรของจำเลยทั้งห้าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

               ๑.๖ ต่อมาตามวันเวลาในฟ้องข้อ ๑.๑จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันนำข้อความอันเป็นเท็จที่ว่า “การกระทำของ บริษัท ภาพยนตร์ จำกัดโดยนาย ป ในฐานะนิติบุคคลและในฐานะส่วนตัว เป็นการกระทำ.ร.บ.ควบคุมเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ข้อหาประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต , นำเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจให้บริการในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์และมีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มิได้มีผู้รับรองสำเนาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตนนอกจากนี้ยังเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ข้อหา นำสินค้า ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสียซึ่งสินค้าต้องห้ามต้องจำกัด โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแจ้งแก่ พ.ต.ท.ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา โดยจำเลยทั้งห้ารู้อยู่ว่าความจริงมิได้มีการกระทำความผิดอาญาดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ได้บังอาจร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ว่าได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งห้ามีเจตนาเพื่อจะแกล้งให้โจทก์ให้ต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ความจริงคือโจทก์มิได้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใดๆทั้งสิ้น ด้วยการร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาของจำเลยทั้งห้านั้นซึ่งอาจทำให้ .ต.ท.ว , สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย คือโจทก์ต้องถูกพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน พิมพ์ลายนิ้วมือ ถูกควบคุมตัว ต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจากการถูกควบคุมตัว ต้องเสียชื่อเสียง ต้องมีประวัติที่ด่างพร้อย

               ๑.๗ ตามวันเวลาในฟ้องข้อ ๑.๑จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่ พ.ต.ท. ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวนเวรให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานคือจดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันเกี่ยวกับคดี ข้อ ๑๔ เวลา ๒๓.๕๐ น. ลงวันที่..... กรกฎาคม ๒๕๔๖ ว่า“ข้อหาประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์เทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต, นำเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับความเห็นชอบของเจ้าพนักงานผู้ตรวจให้บริการในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์และมีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มิได้มีผู้รับรองสำเนาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตน และยังเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร  พ.ศ. ๒๔๖๙ ข้อหา นำสินค้า ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซึ่งสินค้าต้องห้าม ต้องจำกัด โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตผู้ต้องหานาย ป อายุ.....ปี เหตุเกิดจับกุมได้เลขที่ ๒๔๖ อาคารไทม์ สแควร์ ห้องเลขที่..... ถนนสุขุมวิทซอย ๑๒ – ๑๔ แขวง/เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร บริษัท ภาพยนตร์ จำกัด” ซึ่งความจริงคือจำเลยทั้งห้ารู้อยู่แล้วว่าโจทก์มิได้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใดๆทั้งสิ้นและการจับกุมโจทก์เกิดขึ้นที่ห้องเลขที่.....ไม่ใช่ดังที่จำเลยทั้งห้าร่วมกันแจ้งว่าจับกุมที่ห้องเลขที่..... รายละเอียดปรากฏตาม สำเนาภาพถ่ายรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันเกี่ยวกับคดี ของสถานีตำรวจนครบาล ลุมพินี ข้อ ๑๔ เวลา ๒๓.๕๐ น. ลงวันที่.....กรกฎาคม ๒๕๔๖ เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๓ ซึ่งการแจ้งให้ พ.ต.ท.ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันเกี่ยวกับคดีนั้น โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่.ต.ท.ว , สำนักงานตำรวจแห่งชาติและทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายคือโจทก์ต้องถูกพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน พิมพ์ลายนิ้วมือถูกควบคุมตัว ต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวจากการถูกควบคุมตัว ต้องเสียชื่อเสียง  ต้องมีประวัติที่ด่างพร้อย

               ๑.๘ ตามวันเวลาในฟ้องข้อ ๑.๑ จำเลยทั้งห้าได้บังอาจสมคบร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ต่อ .ต.ท.ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ซึ่งเป็นบุคคลที่สามว่า “ข้อกล่าวหา ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต , นำเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานผู้ตรวจให้บริการในสถานที่ให้บริการเทปหรือวัสดุโทรทัศน์และมีเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ที่มิได้มีผู้รับรองสำเนาเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ไว้ในสถานที่ประกอบกิจการของตน นอกจากนี้ยังเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ ข้อหา นำสินค้า ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซึ่งสินค้าต้องห้ามต้องจำกัด โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ต้องหา นาย ป อายุ ๔๖ ปี ” ซึ่งข้อความดังกล่าวข้างต้นปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันเกี่ยวกับคดี เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๓ นั้น และโดยจำเลยทั้งห้ารู้อยู่แล้วว่าข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็นความเท็จ อันเป็นการใส่ความโจทก์ต่อ พ.ต.ท.ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ทำให้.ต.ท.ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย การที่จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันแจ้งข้อความดังกล่าวต่อ.ต.ท.ว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เป็นการใส่ความโจทก์โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

            เหตุตามฟ้องข้อ ๑.๑ – ๑.๘ เกิดที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตยและแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครต่อเนื่องกัน

            ข้อ ๒.คดีนี้ในส่วนที่เป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนภายในกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้ว ในส่วนที่เป็นความผิดต่อแผ่นดินนั้น โจทก์ไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเนื่องจากจำเลยทั้งห้าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ โจทก์เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและโจทก์ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับจำเลยทั้งห้าด้วยตนเอง

            อนึ่ง เนื่องจากจำเลยทั้งห้าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดต่อกฎหมายแต่กลับมาบังอาจสมคบร่วมกันเป็นผู้กระทำความผิดต่อหน้าที่เป็นซ่องโจรเสียเอง เป็นพฤติการณ์ที่เป็นภัยร้ายแรงและฝ่าฝืนต่อหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนอย่างมาก ขอศาลได้โปรดลงโทษจำเลยทั้งห้าสถานหนักด้วย 

                                              ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

คำขอท้ายฟ้องอาญา

            การที่จำเลยได้กระทำตามข้อความที่กล่าวมาในคำฟ้องนั้น ข้าพเจ้าถือว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายและบทมาตราดังนี้ คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๘ , ๓๑ , ๒๓๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๙๐ , ๙๑ , ๑๓๗ , ๑๕๗ , ๑๖๒ , ๑๗๒ , ๑๗๓ , ๑๗๙ , ๒๐๐ , ๒๖๗ , ๓๑๐ , ๓๒๖ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๔

            ขอให้ศาลออกหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องและเรียกจำเลยมาพิจารณาพิพากษาลงโทษตามกฎหมาย และขอให้ศาลสั่งบังคับจำเลยตามคำขอต่อไปนี้

               ๑. –

               ๒. –

               ๓. –

               ๔. –

            ข้าพเจ้าได้ยื่นสำเนาคำฟ้องโดยข้อความถูกต้องเป็นอย่างเดียวกัน มาด้วย ห้า ฉบับ และรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว

                                                                 ลงชื่อ.....โจทก์

            คำฟ้องฉบับนี้ ข้าพเจ้า....โจทก์ อยู่บ้านเลขที่.....ถนน.....ตรอก/ซอย.....ใกล้เคียง.....ตำบล/แขวง.....อำเภอ/เขต.....จังหวัด.....เป็นผู้เรียงและพิมพ์ 

                                                                 ลงชื่อ.....ผู้เรียงและพิมพ์  

คดีนี้เมื่อถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลได้พยายามให้โอกาสโจทก์และจำเลยทำการเจรจาไกล่เกลี่ยกันและทั้งทนายความจำเลยแจ้งว่าจำเลยผู้ถูกฟ้องประสงค์จะชดใช้ค่าเสียหาย จนในที่สุดได้มีการเจรจาและตกลงกันโดยจำเลยทั้งห้ายินยอมและเต็มใจชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายตามสมควร




คำฟ้อง

ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.ศุลกากร article
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ article
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.การพนัน (เจ้ามือรับกินรับใช้)
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.การพนัน (คนเดินโพย)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ผิดสัญญาซื้อทัวร์) article
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ผิดสัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุด)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค (สินเชื่อเงินสดอีซี่บาย)
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีชนแล้วหนี
ตัวอย่างคำฟ้องคดีพรากผู้เยาว์
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ฟ้องแพทย์ , สถานพยาบาล)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร
ตัวอย่างคำฟ้องคดีใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีที่บกพร่องโดยเมื่อยื่นคำฟ้องคดีแล้วแพ้คดีทันที
ตัวอย่างคำฟ้องร่วมกันออกเงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค (บัตรเครดิตเคทีซี)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค ผิดสัญญาบัตรเครดิต , ผิดสัญญาสินเชื่อ(สปีดี้แคช)
ตัวอย่างคำฟ้องกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตัวอย่างคำฟ้องทำไม้หรือทำอันตรายด้วยประการใดๆแก่หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมกันเกินยี่สิบท่อน
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภคเรื่องบัตรเครดิตกรุงไทย (KTC) แพ้คดี
ตัวอย่างคำฟ้องพนักงานสอบสวนกระทำละเมิด
ตัวอย่างคำฟ้องเรื่องเพิกถอนการให้เพราะเหตุเนรคุณ
ตัวอย่างคำฟ้องแพ่งเรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย (รถชน)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภคเช่าซื้อรถยนต์เงินติดล้อ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผิดสัญญาสินเชื่อหมุนเวียน (กู้ยืมเงินบัตรยูเม๊ะพลัส)
ตัวอย่างคำฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรม
ตัวอย่างคำฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ ( ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลงซึ่งงานวรรณกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค “สินเชื่อเงินสด ควิกแคช”
ตัวอย่างคำฟ้องที่เอสเอ็มอีฟ้องคดีผู้บริโภคได้เอง



สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๐
ติดต่อเรา

สู้คดีดอทคอมทนายความ
ที่อยู่ :  เลขที่ 14 ซอยพึ่งมี 38 ถ. สุขุมวิท 93 แขวง : บางจาก เขต :  พระโขนง
จังหวัด กรุงเทพมหานคร      รหัสไปรษณีย์ :10260
อีเมล ทนายความ : sepher@hotmail.co.th
โทรศัพท์ ทนายความ : 0895147766

 

Free PageRank Checker