ReadyPlanet.com
dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletจัดเตรียมคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
bulletจัดเตรียมคำให้การสู้คดี
bulletจัดเตรียมคำฟ้องคดี
bulletเรียกคืนเงินค่าเปลี่ยนสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด
bulletสู้คดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletสู้คดีสัญญาสินเชื่อเงินผ่อนสินค้า อีซี่บาย (เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส)
bulletสู้คดีสัญญาสินเชื่อเงินสดอีซี่บาย (เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส)
bulletสู้คดีกู้เงินสินเชื่อธนาคารประชาชน (ธนาคารออมสิน)
bulletสู้คดีคอร์ทส์ เม็กก้าสโตร์ ภูเก็ต (รีโซลูชั่น เวย์)
bulletสู้คดีเซทเทเลม
bulletสู้คดีแคปปิตอล โอเค
dot
ตัวอย่างผลงานของเรา
dot
bulletตัวอย่างชนะคดีเช่าซื้อรถยนต์
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletเรื่องจริง บริษัทประกันชีวิตยอมจ่ายหนึ่งล้าน
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคสัญญาสินเชื่อเงินสดอีซี่บาย
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคสินเชื่อธนาคารออมสิน
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภค (เช่าซื้อรถยนต์)
bulletตัวอย่างชนะคดี พ.ร.บ.จราจร (เมาแล้วขับ)
bulletตัวอย่างชนะคดี พ.ร.บ.ศุลกากร
bulletตัวอย่างชนะคดีชั้นศาลอุทธรณ์
bulletคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (ดำเนินคดีด้วยตนเอง)
bulletตัวอย่างฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ยอมชดใช้ค่าเสียหาย)
dot
ตัวอย่างเอกสารทางกฎหมายฟรี
dot
bulletตัวอย่างจดหมายทวงหนี้ที่ไม่เป็นความจริง
bulletตัวอย่างคำฟ้อง
bulletตัวอย่างคำให้การจำเลย
bulletตัวอย่างคำร้องต่างๆ
bulletตัวอย่างเอกสารที่สำคัญอย่างอื่นๆ
bulletตัวอย่างอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา
dot
บทความทางกฎหมายอื่นๆ
dot
bulletสู้คดีที่ถูกบริษัทซื้อหนี้มาฟ้องทุกชนิด
bulletคำฟ้องสั่งสอนทนายความ (เรื่องจริง)
bulletทนายความออนไลน์
bulletทนายความกับการตลาดแบบตรง
bulletอาชีพทนายความ
bulletทนายความ:อำนาจหน้าที่และสิทธิในประมวลกฎหมาย
bulletทนายความ:อำนาจหน้าที่และสิทธิในพระราชบัญญัติอื่นๆ
bulletผู้ใหญ่บ้าน
bulletคดีซื้อขายที่เป็นคดีผู้บริโภค
dot
เพื่อนบ้านของเรา
dot
bulletสารบัญเว็บไทย
bulletอุปกรณ์กีฬา
bulletเรียนรู้การตลาดออนไลน์ โดย Google Adword แบบมืออาชีพ
dot
Newsletter

dot


สำนักงานอัยการสูงสุด
กรมบังคับคดี
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค


ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค (บัตรเครดิตเคทีซี)

 

เรื่อง ผิดสัญญาสินเชื่อบัตรเครดิต เรียกค่าเสียหาย
จำนวนทุนทรัพย์  ๗๐,๐๕๐  บาท  ๘๔  สตางค์
          ข้อ ๑. เดิมโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด  ต่อมาได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ใช้ชื่อว่า “บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)” ประกอบกิจการด้านธุรกิจบัตรเครดิตและธุรกิจสินเชื่อบุคคลโดยมี นาง ก. นาย อ. นาย ส. นาง ศ. นาย ร. นาง ป. และนาง อ. กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันพร้อมประทับตราสำคัญของบริษัท  มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์  รายละเอียดปรากฎตาม  สำเนาหนังสือรับรอง เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๑
 ในการดำเนินการฟ้องคดีนี้ โจทก์โดย นาย อ. และนาง ศ. ได้ลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราสำคัญของโจทก์ มอบอำนาจให้ นาย ร. เป็นผู้รับมอบอำนาจและให้มีอำนาจในการดำเนินคดีแทนโจทก์ได้  รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงได้  รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาหนังสือมอบอำนาจ ลงวันที่  ๒๒พฤษภาคม ๒๕๕๕ เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๒
 ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ นาย ร. ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้มอบอำนาจให้ นาย ป. เป็นผู้รับมอบอำนาจ ให้มีอำนาจในการดำเนินคดีแทนโจทก์รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงได้ด้วย  รายละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๓
 ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นาย ป. ผู้รับมอบอำนาจช่วงได้มอบอำนาจช่วงให้ นางสาว อ.  เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงโจทก์ ให้มีอำนาจในการดำเนินคดีแทนโจทก์และเป็นผู้มอบอำนาจฟ้องคดีได้ด้วยเช่นเดียวกัน  รวมทั้งให้มีอำนาจในการแต่งตั้งทนายความเพื่อให้ว่าต่างหรือแก้ต่างคดีได้ด้วย  รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาหนังสือมอบอำนาจ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๔
           ข้อ ๒. จำเลยได้มายื่นใบสมัครบัตรเครดิตกับโจทก์จำนวนสองฉบับดังต่อไปนี้
                ๒.๑ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๑ จำเลยได้ยื่นเอกสารคำขอสินเชื่อบัตรเครดิตไว้กับโจทก์เพื่อพิจารณาอนุมัติคำขอของจำเลย  ต่อมาโจทก์ก็ได้อนุมัติให้จำเลยเป็นสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตหมายเลข xxxx-xxxx-xxxx-xxxx วงเงินสินเชื่อจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท  โดยปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนหมายเลขบัตรสมาชิกจำเลยเป็นหมายเลข xxxx-xxxx-xxxx-xxxx
 โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขในการใช้บัตรเครดิต เพื่อซื้อสินค้า และหรือบริการต่างๆ แทนเงินสด ณ สถานประกอบการค้า ซึ่งมีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ธนาคารที่มีข้อตกลงกับโจทก์หรือเบิกถอนเงินสดจากเครื่องฝาก-ถอนอัตโนมัติ (เอ.ที.เอ็ม.) หรือเคาน์เตอร์ของธนาคารทีมีข้อตกลงกับโจทก์ และเมื่อร้านสมาชิกหรือสถานประกอบการค้าที่รับบัตรเครดิตส่งยอดรายการซื้อสินค้า หรือยอดเบิกถอนเงินสดมาเรียกเก็บเงิน โจทก์จะเป็นผู้ชำระเงินให้กับทางร้านค้าแทนลูกค้าไปก่อน แล้วจะเรียกเก็บจากลูกค้าในภายหลัง โดยจะแจ้งยอดรายการซื้อสินค้า และ/หรือบริการดังกล่าวให้ลูกค้าทราบ เพื่อให้ลูกค้านำเงินเข้าชำระให้กับโจทก์ตามจำนวนที่เรียกเก็บ และหากโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ครบถ้วนตามจำนวนเงินที่ค้างชำระนั้น ลูกค้าต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามประกาศที่โจทก์กำหนด ซึ่งโจทก์แจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนแล้ว นับแต่วันที่ค้างชำระจนถึงวันชำระหนี้เสร็จสิ้น รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาคำขอสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตพร้อมเอกสารประกอบการสมัครและข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๕
                ๒.๒  เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๓ จำเลยได้ยื่นเอกสารคำขอสินเชื่อบัตรเครดิตเคทีซีวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ด (KTC Visa/MasterCard) ไว้กับโจทก์ เพื่อพิจารณาอนุมัติคำขอของจำเลย ต่อมาโจทก์ก็ได้อนุมัติให้จำเลยเป็นสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิต หมายเลข xxxx-xxxx-xxxx-xxxx วงเงินสินเชื่อจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท
 โดยมีข้อกำหนดและเงื่อนไขในการใช้บัตรเครดิต เพื่อซื้อสินค้า และ/หรือบริการต่างๆ แทนเงินสด ณ สถานประกอบการค้า ซึ่งมีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ธนาคารที่มีข้อตกลงกับโจทก์หรือเบิกถอนเงินสดจากเครื่องฝาก-ถอนอัตโนมัติ (เอ.ที.เอ็ม.) หรือเคาน์เตอร์ของธนาคารที่มีข้อตกลงกับโจทก์ และเมื่อร้านสมาชิกหรือสถานประกอบการค้าที่รับบัตรเครดิตส่งยอดรายการซื้อสินค้า หรือยอดเบิกถอนเงินสดมาเรียกเก็บเงิน โจทก์จะเป็นผู้ชำระเงินให้กับทางร้านค้าแทนลูกค้าไปก่อน แล้วจะเรียกเก็บจากลูกค้าในภายหลัง โดยจะแจ้งยอดรายการซื้อสินค้า และ/หรือบริการดังกล่าวให้ลูกค้าทราบ เพื่อให้ลูกค้านำเงินเข้าชำระให้กับโจทก์ตามจำนวนที่เรียกเก็บ และหากโจทก์เรียกเก็บเงินไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ครบถ้วนตามจำนวนเงินที่ค้างชำระนั้น ลูกค้าต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามประกาศที่โจทก์กำหนด ซึ่งโจทก์แจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนแล้ว นับแต่วันที่ค้างชำระจนถึงวันชำระหนี้เสร็จสิ้น รายละเอียดปรกฎตามสำเนาคำขอสมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตพร้อมเอกสารประกอบการสมัครและข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๖
           ข้อ ๓. ภายหลังจากจำเลยได้ทำสัญญาและรับบัตรเครดิตทั้งสองบัตรไปจากโจทก์แล้วจำเลยได้ใช้บริการบัตรเครดิตประกอบรหัสประจำตัวตามที่โจทก์ออกให้เบิกเงินสดผ่านเครื่องฝาก-ถอนอัตโนมัติ (เอ.ที.เอ็ม.) และถอนเงินสดที่หน้าเคาน์เตอร์ของธนาคารฯ รวมทั้งใช้บัตรเครดิตชำระค่าซื้อสินค้าและบริการแทนเงินสด จากร้านค้าที่เป็นสมาชิกของโจทก์หลายครั้งหลายหน ซึ่งทางร้านค้าได้ส่งหลักฐานหรือรายการแสดงการใช้บัตรของจำเลยมาเรียกเก็บเงินจากโจทก์ และโจทก์ได้ทดรองจ่ายเงินให้แก่สถานประกอบการค้า ร้านค้า และธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น ตามจำนวนที่ปรากฎในใบแจ้งยอดหนี้และทุกรอบการตัดบัญชี โจทก์ก็ได้จัดส่งรายการใบแจ้งหนี้ให้แก่จำเลยทราบทุกครั้ง แต่เนื่อจากจำเลยนำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้เป็นครั้งคราว ต่อมาจำเลยมิได้นำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระให้กับโจทก์ จนทำให้ยอดหนี้ของจำเลยแสดงยอดหนี้ตกเป็นลูกหนี้โจทก์ตลอดมา
 โจทก์ได้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระ และโจทก์ได้ประกาศกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอัตราร้อยละ ๒.๗๕ ต่อปีนับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ ต่อมาโจทก์ได้ประกาศกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๐ และได้ประกาศกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นไป ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามยอดค้างชำระ จำนวน ๒๕๐ บาทต่อครั้ง ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต และได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้ว หลังจากนั้นจำเลยยังคงซื้อสินค้าและบริการเรื่อยมาจนเต็มวงเงินที่โจทก์อนุมัติและตกเป็นหนี้โจทก์ตลอดมา ซึ่งโจทก์ได้คิดดอกเบี้ยจากจำเลยตามข้อตกลงตลอดมาจากยอดเงินที่ค้างชำระนับตั้งแต่วันที่สรุปยอดค่าใช้จ่ายแต่ละงวดถึงวันสรุปยอดค่าใช้จ่ายงวดถัดไป ดังต่อไปนี้
                ๓.๑ บัตรเครดิต หมายเลข xxxx-xxxx-xxxx-xxxx โดยจำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ จำนวน ๖๐๐ บาท จำเลยตกเป็นลูกหนี้ของโจทก์ มียอดหนี้ค่างชำระเพียง ณ วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์หักทอนบัญชี เป็นต้นเงินจำนวน ๘,๑๖๒.๖๙ บาท ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ จำนวน ๒,๒๓๑.๖๗ บาท รวมเป็นเงิน ๑๐,๓๙๔.๓๖ บาท รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาใบแจ้งยอดหนี้ค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๗
 โจทก์ได้ติดตามทวงถามจำเลยหลายครั้งหลายหน แต่จำเลยก็เพิกเฉยตลอดมา จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นต้นเงินจำนวน ๘,๑๖๒.๖๙ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๔ ซึ่งคำนวณภาระหนี้ถึงวันฟ้องคิดดอกเบี้ยเป็นจำนวน ๒,๕๔๕.๕๘ บาท และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินเป็นเงินจำนวน ๕๘๒.๕๗ บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์จนถึงวันฟ้องทั้งสิ้นจำนวน ๑๒,๗๒๔.๖๗ บาท รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาใบบันทึกการคำนวณดอกเบี้ยค้างชำระ (บัตรเครดิต) เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๘
                ๓.๒ บัตรเครดิตหมายเลข xxxx-xxxx-xxxx-xxxx โดยจำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ จำนวน ๒,๗๐๐ บาท จำเลยตกเป็นลูกหนี้ของโจทก์มียอดหนี้ค้างชำระเพียง ณ วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ เป็นต้นเงินจำนวน ๔๐,๘๗๑.๐๕ บาท ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ จำนวน ๕,๔๓๖.๗๖ บาท รวมเป็นเงินจำนวน ๔๖,๓๐๗.๘๑ บาท รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาใบแจ้งยอดหนี้ค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๙
 โจทก์ได้ติดตามทวงถามจำเลยหลายครั้งหลายหน แต่ก็เพิกเฉยตลอดมา จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นต้นเงินจำนวน ๔๐,๘๗๑.๐๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๔ ซึ่งคำนวณภาระหนี้ถึงวันฟ้องคิดเป็นดอกเบี้ยจำนวน ๑๒,๓๖๓.๐๕ บาท และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เป็นเงินจำนวน ๒,๗๕๔.๖๐ บาท ค่าธรรมเนียมอื่นๆ จำนวน ๑,๓๓๗.๕๐ บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์จนถึงวันฟ้องทั้งสิ้นจำนวน ๕๗,๓๒๖.๒๐ บาท รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาใบบันทึกรายการคำนวณดอกเบี้ยค้างชำระ(บัตรเครดิต) เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๑๐
           ข้อ ๔. รวมภาระหนี้บัตรเครดิตทั้งสองบัตรที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์ ณ วันฟ้องทั้งสิ้นเป็นเงินจำนวน ๗๐,๐๕๐.๘๔ บาท
           ข้อ ๕. ก่อนฟ้องเป็นคดีนี้โจทก์ได้ติดตามทวงถามเอากับจำเลยแล้วหลายครั้งหลายหน ต่อเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้อีกครั้ง แต่ปรากฎว่าจำเลยก็เพิกเฉยไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่อย่างใด รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้และสำเนาใบตอบรับทางไปรษณีย์แห่งประเทศไทยและซองจดหมาย เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑๑ และ ๑๒ ตามลำดับ
           ข้อ ๖. โจทก์ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย การคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของโจทก์นั้น โจทก์ได้อาศัยสิทธิตามข้อตกลงในสัญญา และอาศัยสิทธิตามประกาศกระทรวงการคลัง ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และประกาศบริษัทโจทก์ รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาประกาศกระทรวงการคลัง ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และประกาศบริษัทโจทก์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑๓ ถึง ๑๕ ตามลำดับ
           โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ได้ จึงต้องนำคดีนี้มาฟ้องเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง
                                                    ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
คำขอท้ายฟ้องคดีผู้บริโภค
 ขอศาลโปรดออกหมายเรียกจำเลยมาพิจารณาพิพากษาและบังคับจำเลยตามคำขอต่อไปนี้
             ๑. ขอให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๗๐,๐๕๐.๘๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงินสินเชื่อบัตรเครดิตจำนวน ๔๙,๐๓๓.๗๔ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์
             ๒. ขอให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในอัตราอย่างสูงแทนโจทก์ด้วย
             ๓. ให้จำเลยส่งมอบสิ่งของ   -
             ๔. อื่นๆ   -

       ข้าพเจ้ายื่นมาพร้อมสำเนาโดยข้อความถูกต้องเป็นอย่างเดียวกันมาด้วย  หนึ่ง  ฉบับ และรอฟังคำสั่งอยู่
หากไม่รอถือว่าทราบแล้ว      

                                                              .................โจทก์

                                      (นางสาว ล.) ทนายความโจทก์

                 ข้าพเจ้า .................เจ้าพนักงานคดี/ผู้บันทึก
       
    ข้าพเจ้า นางสาว ล. ทนายความ ใบอนุญาตที่ ......./๒๕๕๐ ผู้เรียง/พิมพ์
        
                                     (นางสาว ล.) ทนายความโจทก์




คำฟ้อง

ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.ศุลกากร article
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ article
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.การพนัน (เจ้ามือรับกินรับใช้)
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.การพนัน (คนเดินโพย)
ตัวอย่างคำฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ article
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ผิดสัญญาซื้อทัวร์) article
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ผิดสัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุด)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค (สินเชื่อเงินสดอีซี่บาย)
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีชนแล้วหนี
ตัวอย่างคำฟ้องคดีพรากผู้เยาว์
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ฟ้องแพทย์ , สถานพยาบาล)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร
ตัวอย่างคำฟ้องคดีใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีที่บกพร่องโดยเมื่อยื่นคำฟ้องคดีแล้วแพ้คดีทันที
ตัวอย่างคำฟ้องร่วมกันออกเงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค ผิดสัญญาบัตรเครดิต , ผิดสัญญาสินเชื่อ(สปีดี้แคช)
ตัวอย่างคำฟ้องกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตัวอย่างคำฟ้องทำไม้หรือทำอันตรายด้วยประการใดๆแก่หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมกันเกินยี่สิบท่อน
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภคเรื่องบัตรเครดิตกรุงไทย (KTC) แพ้คดี
ตัวอย่างคำฟ้องพนักงานสอบสวนกระทำละเมิด
ตัวอย่างคำฟ้องเรื่องเพิกถอนการให้เพราะเหตุเนรคุณ
ตัวอย่างคำฟ้องแพ่งเรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย (รถชน)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภคเช่าซื้อรถยนต์เงินติดล้อ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผิดสัญญาสินเชื่อหมุนเวียน (กู้ยืมเงินบัตรยูเม๊ะพลัส)
ตัวอย่างคำฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรม
ตัวอย่างคำฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ ( ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลงซึ่งงานวรรณกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค “สินเชื่อเงินสด ควิกแคช”
ตัวอย่างคำฟ้องที่เอสเอ็มอีฟ้องคดีผู้บริโภคได้เอง



สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๒

สู้คดีดอทคอมทนายความ
ที่อยู่ :  เลขที่ 14 ซอยพึ่งมี 38 ถ. สุขุมวิท 93 แขวง : บางจาก เขต :  พระโขนง
จังหวัด กรุงเทพมหานคร      รหัสไปรษณีย์ :10260
อีเมล ทนายความ : sepher@hotmail.co.th
โทรศัพท์ ทนายความ : 0895147766