ReadyPlanet.com
dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletจัดเตรียมคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
bulletจัดเตรียมคำให้การสู้คดี
bulletจัดเตรียมคำฟ้องคดี
bulletเรียกคืนเงินค่าเปลี่ยนสัญญาจะซื้อจะขายคอนโด
bulletสู้คดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletสู้คดีสัญญาสินเชื่อเงินผ่อนสินค้า อีซี่บาย (เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส)
bulletสู้คดีสัญญาสินเชื่อเงินสดอีซี่บาย (เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซส)
bulletสู้คดีกู้เงินสินเชื่อธนาคารประชาชน (ธนาคารออมสิน)
bulletสู้คดีคอร์ทส์ เม็กก้าสโตร์ ภูเก็ต (รีโซลูชั่น เวย์)
bulletสู้คดีเซทเทเลม
bulletสู้คดีแคปปิตอล โอเค
dot
ตัวอย่างผลงานของเรา
dot
bulletตัวอย่างชนะคดีเช่าซื้อรถยนต์
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletเรื่องจริง บริษัทประกันชีวิตยอมจ่ายหนึ่งล้าน
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคสัญญาสินเชื่อเงินสดอีซี่บาย
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภคสินเชื่อธนาคารออมสิน
bulletตัวอย่างชนะคดีผู้บริโภค (เช่าซื้อรถยนต์)
bulletตัวอย่างชนะคดี พ.ร.บ.จราจร (เมาแล้วขับ)
bulletตัวอย่างชนะคดี พ.ร.บ.ศุลกากร
bulletตัวอย่างชนะคดีชั้นศาลอุทธรณ์
bulletคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก (ดำเนินคดีด้วยตนเอง)
bulletตัวอย่างฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ยอมชดใช้ค่าเสียหาย)
dot
ตัวอย่างเอกสารทางกฎหมายฟรี
dot
bulletตัวอย่างจดหมายทวงหนี้ที่ไม่เป็นความจริง
bulletตัวอย่างคำฟ้อง
bulletตัวอย่างคำให้การจำเลย
bulletตัวอย่างคำร้องต่างๆ
bulletตัวอย่างเอกสารที่สำคัญอย่างอื่นๆ
bulletตัวอย่างอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา
dot
บทความทางกฎหมายอื่นๆ
dot
bulletสู้คดีที่ถูกบริษัทซื้อหนี้มาฟ้องทุกชนิด
bulletคำฟ้องสั่งสอนทนายความ (เรื่องจริง)
bulletทนายความออนไลน์
bulletทนายความกับการตลาดแบบตรง
bulletอาชีพทนายความ
bulletทนายความ:อำนาจหน้าที่และสิทธิในประมวลกฎหมาย
bulletทนายความ:อำนาจหน้าที่และสิทธิในพระราชบัญญัติอื่นๆ
bulletผู้ใหญ่บ้าน
bulletคดีซื้อขายที่เป็นคดีผู้บริโภค
dot
เพื่อนบ้านของเรา
dot
bulletสารบัญเว็บไทย
bulletอุปกรณ์กีฬา
bulletเรียนรู้การตลาดออนไลน์ โดย Google Adword แบบมืออาชีพ
dot
Newsletter

dot


สำนักงานอัยการสูงสุด
กรมบังคับคดี
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค


ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค ผิดสัญญาบัตรเครดิต , ผิดสัญญาสินเชื่อ(สปีดี้แคช)

เรื่อง ผิดสัญญาบัตรเครดิต, ผิดสัญญาสินเชื่อบุคคล (สปีดี้แคช)
จำนวนทุนทรัพย์  ๙๗,๐๗๕  บาท  ๔๓  สตางค์
           ข้อ ๑. โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด  จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษั ทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ มีกรรมการ ๑๕ คน โดยนายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร หรือ นาง ก. กรรมการผู้จัดการใหญ่ คนใดคนหนึ่ง หรือนาย บ. และคุณหญิง ช. ลงลายมือชื่อร่วมกัน   มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย รายละเอียดปรากฎตามภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนโจทก์ เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๑ โจทก์โดยนาง ก. กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้มอบอำนาจให้นาย ช. รักษาการผู้จัดการประสานงานคดี และ/หรือ นางสาว ธ.  เจ้าหน้าที่ประสานงานคดี กลุ่มงานกฎหมาย ของธนาคารโจทก์ เป็นผู้รับมอบอำนาจของธนาคารโจทก์ ในอันที่จะกระทำการแทนโจทก์ในหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายการธนาคารพาณิชย์และภายในขอบแห่งอำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์และข้อบังคับ ตลอดจนคำสั่ง ระเบียบของธนาคารโจทก์และตามประเพณีของธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งให้มีอำนาจตั้งทนายความหรือตั้งพนักงานธนาคารโจทก์หรือบุคคลอื่นเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงเพื่อดำเนินการแทนตามอำนาจที่ได้รับมอบหมายทั้งหมดหรือบางส่วนได้ รายละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ คดีนี้ นาย ช. ผู้รับมอบอำนาจจากธนาคารโจทก์ได้มอบอำนาจให้ นาย ส. และ/หรือ นาย ป. เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงของธนาคารโจทก์ในการฟ้องร้องและดำเนินคดีกับลูกหนี้ของโจทก์ทุกคดีรวมทั้งในคดีนี้ด้วย รายละเอียดตามภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจช่วงเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๓
            ข้อ ๒. จำเลยเป็นลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของธนาคารโจทก์โดยมีมูลหนี้ค้างกับโจทก์ดังนี้
มูลหนี้ที่ ๑ เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ จำเลยได้ยื่นคำขอเป็นผู้ถือบัตรและทำสัญญาการใช้บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ไว้กับศูนย์บริการบัตรเครดิตสำนักงานใหญ่ของโจทก์ และโจทก์ได้ตกลงอนุมัติให้จำเลยเป็นลูกค้าสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์ โดยได้ออกบัตรเครดิตหมายเลข xxxx-xxxx-xxxx-xxxx ในวงเงินใช้จ่าย ๓๐,๐๐๐ บาท  เพื่อให้จำเลยใช้บัตรเครดิตดังกล่าวในการชำระสินค้า และหรือบริการต่างๆ แทนเงินสด ให้แก่ร้านค้าหรือสถานที่ให้บริการที่เป็นสมาชิกของโจทก์ หรือใช้บัตรเครดิตดังกล่าวเบิกเงินสดที่เคาน์เตอร์ของธนาคารโจทก์ หรือธนาคารอื่นที่เป็นสมาชิกร่วมกับโจทก์หรือใช้บัตรเครดิตดังกล่าวคู่กับรหัสส่วนตัวที่โจทก์ออกให้เบิกถอนเงินสดจากตู้เบิกถอนเงินอัตโนมัติ (เอทีเอ็ม) โดยจำเลยตกลงจะปฎิบัติตามสัญญาเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้บัตรเครดิดของโจทก์ทุกประการ และจำเลยตกลงด้วยว่าในกรณีที่เรียกเก็บเงินอันเนื่องมาจากการใช้บัตรเครดิตที่โจทก์ออกให้ จำเลยขอให้โจทก์ออกเงินชำระหนี้พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แทนจำเลยไปก่อน โดยไม่ต้องขอความยินยอมหรือแจ้งให้จำเลยทราบล่วงหน้า  และจำเลยจะชำระหนี้คืนให้ตามจำนวนที่โจทก์แจ้งให้จำเลยทราบเป็นรอบบัญชีรายเดือนโดยมีขั้นต่ำ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของยอดหนี้ตามใบแจ้งยอดบัญชีในแต่ละเดือนและตามกำหนดระยะเวลาที่โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าว และในกรณีที่จำเลยชำระหนี้ไม่ครบถ้วนในคราวเดียวกันให้ถือว่าชำระผ่อนชำระหนี้ในส่วนที่เหลือโดยจำเลยยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราสูงสุดสำหรับบัตรเครดิตตามที่โจทก์ประกาศกำหนดภายใต้ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฎิบัติในเรื่องดอกเบี้ยและส่วนลด (ซึ่งขณะทำสัญญาเท่ากับร้อยละ ๒๐ ต่อปี และต่อไปอาจเปลี่ยนแปลงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเป็นคราวๆ ไป นับแต่วันที่ค้างชำระหนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ รายละเอียดปรากฎตามภาพถ่ายใบคำขอสมัครบัตรเครดิตพร้อมสัญญาเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๔ – ๕
            ข้อ ๓. ภายหลังจากที่โจทก์ได้อนุมัติบัตรเครดิตให้แก่จำเลยดังกล่าวแล้ว จำเลยได้นำบัตรเครดิตที่โจทก์ออกให้ไปใช้แทนการชำระค่าซื้อสินค้า หรือ ค่าบริการ และ / หรือใช้เบิกถอนเงินสดตามวิธีการที่กล่าวในข้อ ๒.เรื่อยมา และโจทก์ได้ชำระเงินตามรายการที่มีการเรียกเก็บมายังโจทก์แทนจำเลยไปทุกครั้ง พร้อมทั้งได้มีหนังสือแจ้ง เป็นรายเดือนให้จำเลยทราบถึงยอดรายการการใช้บัตรเครดิตและกำหนดระยะเวลาให้จำเลยนำเงินเข้าชำระคืนแก่โจทก์และปรากฎต่อมาว่าจำเลยมิได้ชำระหนี้ตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบแจ้งรายการการใช้บัตรเครดิตทำให้จำเลยยังมีหนี้ค้างชำระอยู่แก่โจทก์ จำเลยจึงตกเป็นลูกหนี้โจทก์ตลอดมา โดยโจทก์ได้คำนวณยอดหนี้ผิดนัดค้างชำระเพียง ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นวันทียกเลิกการเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของจำเลย จำเลยคงค้างชำระหนี้บัตรเครดิตเป็นต้นเงิน ๓๐,๐๗๐.๔๗ บาท ดอกเบี้ยจำนวน ๑,๙๐๖.๘๔. บาท ค่าธรรมเนียมอื่น ๐.๐๐ บาท รวมเป็นเงินจำนวน ๓๑,๙๗๗.๓๑ บาท ซึ่งยอดหนี้ดังกล่าวโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยชำระคืนทั้งหมดแก่โจทก์แล้วแต่จำเลยยังคงเพิกเฉย รายละเอียดปรากฎตามสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีรายเดือนและสำเนาใบบันทึกยอดหนี้เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๖ – ๗
ต่อมาจำเลยได้นำเงินมาชำระหนี้คืนแก่โจทก์บางส่วน ๙ ครั้ง โดยได้ชำระหนี้ครั้งสุดท้ายในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ จำนวน ๕๐๐ บาท ซึ่ง ณ วันดังกล่าวจำเลยยังคงค้างชำระหนี้โจทก์เป็นต้นเงิน ๒๖,๐๖๕.๓๐ บาท ดอกเบี้ย ๔,๔๔๑.๖๗ บาท รวมเป็นเงินจำนวน ๓๐,๕๐๖.๙๗ บาท หลังจากนั้นจำเลยก็ไม่ได้ชำระหนี้แก่โจทก์อีกแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขาดประโยชน์รายได้จำเลยจะต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ในหนี้ต้นเงิน ๒๖,๐๖๕.๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศอัตราดอกเบี้ยโจทก์ร้อยละ ๒๐ ต่อปีของต้นเงิน จำนวนดังกล่าวโดยคำนวณดอกเบี้ยสะสมนับตั้งแต่วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ จนถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ยค้างชำระรวมกับดอกเบี้ยสะสมถึงวันฟ้องจำนวน ๙,๕๙๗.๕๗ บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ในมูลหนี้บัตรเครดิตจำนวน ๓๕,๖๖๒.๘๗ บาท รายละเอียดปรากฏตาม สำเนาใบรายการคำนวณดอกเบี้ยค้างชำระ เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๘ 
            ข้อ ๔. มูลหนี้ที่ ๒ เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๙ จำเลยได้สมัครขอใช้บริการสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช กับโจทก์ โดยจำเลยตกลงและรับทราบยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาสินเชื่อหมุนเวียน (สปีดี้แคช) ทุกประการโดยโจทก์ได้ตกลงอนุมัติวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนสปีดี้แคช ให้แก่จำเลยในวงเงินจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท โดยได้ออกบัตรสมาชิกสปีดี้แคช เลขที่ xxxx-xxxx-xxxx-xxxx พร้อมรหัสส่วนตัวจัดส่งให้แก่จำเลย เพื่อให้จำเลยใช้เบิกถอนวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช ตามที่ระบุไว้ในสัญญา สินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช โดยจำเลยตกลงยินยอมให้โจทก์เปิดบัญชีสินเชื่อหมุนเวียนสปีดี้แคช ไว้กับโจทก์ ทั้งนี้ตามเงื่อนไขรูปแบบวิธีการและรายละเอียดที่โจทก์กำหนด โดยโจทก์และจำเลยตกลงกันว่าให้หักทอนหนี้ระหว่างกันและให้ถือว่าบัญชีนั้นเป็นบัญชีเดินสะพัดและให้ใช้บัตร สปีดี้แคช ซึ่งโจทก์ได้ออกบัตรพรัอมรหัสส่วนตัวให้ไว้กับจำเลยเพื่อการเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวโดยจำเลยจะนำเงินเข้าฝากรวมทั้งมีสิทธิเบิกเงินเกินบัญชีจากบัญชีเดินสะพัดดังกล่าวตามวงเงินที่จะได้รับจากโจทก์ในลักษณะหมุนเวียน โดยจำเลยมีสิทธิเบิกเงินเกินบัญชีในวงเงินที่โจทก์จะพิจารณาอนุมัติและแจ้งให้จำเลยทราบเป็นหนังสือหรือบอกกล่าวแก่จำเลยในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจำเลยรับทราบว่าวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญา โดยวงเงินที่จำเลยจะมีสิทธิเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ได้จะปรากฎอยู่ในใบแจ้งยอดรายการใช้บัตร สปีดี้แคช ซึ่งโจทก์ได้จัดส่งให้แก่จำเลยในแต่ละเดือนและหากมีพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงอื่นใดที่โจทก์เป็นว่าจำเลยอาจตกเป็นผู้ผิดนัด หรือตกเป็นผู้ผิดนัดตามข้อกำหนดในสัญญาหรือมีเหตุจำเป็นอันทำให้จำเลยไม่อาจปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาได้ โจทก์มีสิทธิที่จะระงับการให้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช ทั้งหมดหรือบางส่วนแก่จำเลยได้ทันทีในระยะเวลาใดๆ ก็ได้ โดยจำเลยมีสิทธิขอเบิกใช้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช ได้ภายในกำหนดเวลา 1 ปีนับแต่วันที่โจทก์ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช ให้แก่จำเลย และเมื่อจะครบกำหนดเวลาดังกล่าวจำเลยตกลงยอมรับว่าโจทก์ก็มีสิทธิจะบอกเลิกการให้สินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช แก่จำเลย โจทก์จะทำการหักทอนบัญชีเดินสะพัดและมีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยซึ่งจำเลยจะต้องนำเงินมาชำระหนี้ที่จำเลยมีอยู่กับโจทก์ให้เสร็จสิ้นครบถ้วนภายในวันที่ครบกำหนดตามหนังสือแจ้งดังกล่าว ในการคิดดอกเบี้ยตามสัญญานี้ จำเลยตกลงยินยอมให้โจทก์จะคิดดดอกเบี้ยสำหรับต้นเงินที่จำเลยได้เบิกถอนไปเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๒๘ ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยได้เบิกใช้วงเงิน สปีดี้แคช และจำเลยจะต้องชำระดอกเบี้ยทั้งหมดที่โจทก์คิดคำนวณถึงวันที่ปิดยอดให้โจทก์เป็นรายเดือน ตามวันที่ที่กำหนดไว้ในใบแจ้งยอดรายการที่โจทก์ได้จัดส่งให้แก่จำเลยในแต่ละเดือน โดยจำเลยตกลงชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญาสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของยอดหนี้ที่จำเลยค้างชำระอยู่กับโจทก์ในวันที่ปิดยอดของแต่ละเดือนแต่ทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า ๕๐๐ บาท ภายในวันที่กำหนดไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีที่จัดส่งให้แก่จำเลยในแต่ละรอบบัญชีรายเดือน หากปรากฎว่าใบแจ้งยอดหนี้รายการที่โจทก์จัดส่งใหแกจำเลยมีข้อผิดพลาดใดๆ จำเลยต้องรีบแจ้งให้โจทก์ทราบเป็นหนังสือภายในกำหนด ๑๐ วันทำการ นับแต่วันที่โจทก์ได้จัดส่งใบแจ้งยอดรายการให้จำเลย หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวจำเลยยินยอมให้ถือว่ายอดหนี้และข้อมูลต่างๆ ที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดรายการนั้นถูกต้องแล้ว หากจำเลยไม่ชำระต้นเงิน ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย หรือจำนวนเงินใดๆ ตามจำนวนตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา หรือเมื่อจำเลยถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์อื่นใดเมื่อโจทก์เป็นว่าการจ่ายเงินกู้ให้แก่จำเลย อาจทำให้โจทก์เสียหายได้ หรือจำเลยไม่สามารถหรือจ่าจะสามารถชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้ครบถ้วนรวมทั้งในกรณีที่โจทก์เห็นสมควรยกเลิกใช้วงเงิน สปีดี้แคช ของจำเลยนไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ทั้งสิ้น ในกรณีที่จำเลยเป็นผู้ผิดนัด ผิดเงื่อนไขดังกล่าวแล้วและโจทก์ได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังจำเลยเพื่อให้จำเลยดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขดังกล่าวแต่จำเลยไม่ยอมดำเนินการหรือไม่สามารถดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสือบอกกล่าว จำเลยยินยอมให้โจทก์มีสิทธิระงับการให้วงเงิน สปีดี้แคช ตามสัญญาได้ทันทีแม้ว่าจำนวนเงินที่เบิกแต่ละเดือนจะอยู่ในวงเงินและ/หรือ หนี้ที่ค้างชำระจะอยู่ภายในวงเงินก็ตาม ตลอดจนให้โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและให้ถือว่าเป็นการผิดนัดในจำนวนหนี้ทั้งหมดและให้บรรดาหนี้สินตามสัญญาทั้งหมดเป็นอันถึงกำหนดชำระทันที และจำเลยตกลงชำระหนี้สินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทันที รวมทั้งยินยอมเสียดอกเบี้ยในต้นเงินที่ค้างชำระในอัตราตามที่กำหนดไว้ในสัญญาให้แก่โจทก์ จนกว่าจะชำระหนี้ทั้งหมดเสร็จสิ้นตลอดจนยินยอมเสียค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้าให้แก่โจทก์อีกด้วย รายละเอียดปรากฎตามสำเนาแบบคำขอสมัครบัตรเครดิตและคำขอสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช และสำเนาหนังสือแบบขอเสียอากรเป็นตัวเงินเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๙ – ๑๐ 
           ข้อ ๕. เมื่อจำเลยได้รับอนุมัติให้ใช้บริการสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช แล้ว โจทก์ได้จัดส่งบัตรสปีดี้แคช พร้อมรหัสประจำตัวให้แก่จำเลยและจำเลยก็ได้ใช้บัตรสปีดี้แคช เบิกเงินตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช เรื่อยมาและจำเลยได้นำเงินเข้าฝากเพื่อให้โจทก์หักทอนบัญฃีทุกๆ เดือนต่อมาภายหลังปรากฎว่าจำเลยได้ใช้บัตรสปีดี้แคช เบิกเงินสดไปจากโจทก์เป็นจำนวนมากเต็มวงเงินที่ได้อนุมัติ แต่ครั้นเมื่อโจทก์ได้ส่งใบแจ้งยอดรายการหนี้ที่ค้างชำระไปเรียกเก็บเงินจากจำเลยเป็นปกติทุกๆ เดือน จำเลยกลับผิดนัดไม่ชำระหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรสปีดี้แคช ให้แก่โจทก์แต่อย่างใดคงปล่อยให้เป็นยอดหนี้ค้างชำระกับโจทก์เรื่อยมาตลอดมาซึ่งโจทก์ได้คิดดอกเบี้ย (ไม่ทบต้น) กับจำเลยในอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช ตามประกาศอัตราดอกเบี้ยของโจทก์ที่กำหนดขึ้นภายใต้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ในเรื่องการเรียกดอกเบี้ย เบี้ยปรับและค่าบริการอื่นที่สถาบันการเงินอาจเรียกเก็บได้ในการประกอบกิจการสินเชื่อบุคคลตลอดมา โดยจำเลยมียอดหนี้ผิดนัดค้างชำระ ณ วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ จำเลยมียอดหนี้ค้างชำระเป็นต้นเงิน ๓๖,๘๙๙.๕๙ บาท ดอกเบี้ย ๒,๓๒๘.๕๑ บาท ค่าธรรมเนียม ๐.๐๐ บาท รวมเป็นเงินจำนวน ๓๙,๒๑๘.๑๐ บาท ซึ่งยอดหนี้ดังกล่าวโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมดคืนแก่โจทก์แล้วแต่จำเลยคงเพิกเฉยรายละเอียดปรากฎตาม สำเนาใบแจ้งยอดรายการใช้บัตรรายเดือนพร้อมสำเนาใบบันทึกยอดหนี้ เอกสารท้ายคำฟ้อง หมายเลข ๑๑ – ๑๒
           ข้อ ๖. ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยใช้วงเงินอีกต่อไป จึงได้ยกเลิกวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน สปีดี้แคช กับจำเลยและได้ติดตามทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์หลายครั้งหลายหนแต่จำเลยกลับเพิกเฉยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ตามจำนวนยอดหนี้ในใบแจ้งยอดบัญชีแต่อย่างใด ต่อมาจำเลยได้นำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์รวม 8 ครั้ง โดยได้ชำระหนี้ครั้งสุดท้ายในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นการชำระหนี้ในส่วนดอกเบี้ยเพียงบางส่วนหลังจากนั้นก็ไม่ได้ชำระหนี้โจทก์อีกแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยจึงต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อหมุนเวียนตามประกาศธนาคารโจทก์ในอัตราร้อยละ ๒๘ ต่อปี ของต้นเงิน ๓๖,๘๘๙.๕๙ บาท โดยโจทก์คิดดอกเบี้ยสะสมนับแต่วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ จนถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ยสะสมรวมกับดอกเบี้ยค้างชำระทั้งสิ้นจำนวน ๒๔,๕๒๒.๙๗ บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ในมูลหนี้สินเชื่อบุคคลสปีดี้แคชทั้งสิ้นจำนวน ๖๑,๔๑๒.๕๖ บาท รายละเอียดปรากฎตาม สำเนาใบคำนวนดอกเบี้ยค้างชำระ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑๓
            รวมยอดหนี้ที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ทั้งสองมูลหนี้ทั้งสิ้นจำนวน ๙๗,๐๗๕.๔๓ บาท ซึ่งโจทก์ขอถือเอาเป็นทุนทรัพย์ในคดีนี้
 การคิดดอกเบี้ยของโจทก์ในหลายช่วงหลายอัตราโจทก์อาศัยอำนาจตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศอัตราดอกเบี้ยธนาคารโจทก์ รายละเอียดปรากฎตามสำเนาประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและสำเนาประกาศอัตราดอกเบี้ยธนาคารโจทก์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑๔ – ๑๕
            ก่อนฟ้องคดีนี้ โจทก์ได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้คืนแก่โจทก์โดยชอบแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระหนี้คืนแก่โจทก์แต่อย่างใด
            โจทก์ไม่มีทางใดที่จะบังคับกับจำเลยได้ จึงต้องฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เพื่อขออำนาจศาลบังคับ
                                               ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด


คำขอท้ายฟ้องคดีผู้บริโภค
       ขอศาลโปรดออกหมายเรียกจำเลยมาพิจารณาพิพากษาและบังคับจำเลยตามคำขอต่อไปนี้
            ๑. ขอให้จำเลยชำระเงิน จำนวน ๙๗,๐๗๕.๔๓ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒๐ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๒๖,๐๖๕.๓๐ บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒๘ ต่อปีของต้นเงินจำนวน ๓๖,๘๘๙.๕๙ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์
            ๒. ให้จำเลยกระทำหรืองดเว้นการกระทำ  -
            ๓. ให้จำเลยส่งมอบสิ่งของ   -
           ๔. อื่นๆ   -
       ข้าพเจ้ายื่นมาพร้อมสำเนาโดยข้อความถูกต้องเป็นอย่างเดียวกันมาด้วย  หนึ่ง  ฉบับ และรอฟังคำสั่งอยู่
หากไม่รอถือว่าทราบแล้ว
                                                            ................โจทก์
                                                  (นาย ป.) ทนายโจทก์

                        ข้าพเจ้า........เจ้าพนักงานคดี/ผู้บันทึก
        
    ข้าพเจ้า นาย ป.  ทนายความ ใบอนุญาตที่ ...../..... ผู้เรียง/พิมพ์

                                                  (นาย ป.) ทนายโจทก์




คำฟ้อง

ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.ศุลกากร article
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ article
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.การพนัน (เจ้ามือรับกินรับใช้)
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ.การพนัน (คนเดินโพย)
ตัวอย่างคำฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ article
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ผิดสัญญาซื้อทัวร์) article
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ผิดสัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุด)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค (สินเชื่อเงินสดอีซี่บาย)
ตัวอย่างคำฟ้องของพนักงานอัยการ พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีชนแล้วหนี
ตัวอย่างคำฟ้องคดีพรากผู้เยาว์
ตัวอย่างคำฟ้องคดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค (ฟ้องแพทย์ , สถานพยาบาล)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนหรือรับของโจร
ตัวอย่างคำฟ้องคดีใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีที่บกพร่องโดยเมื่อยื่นคำฟ้องคดีแล้วแพ้คดีทันที
ตัวอย่างคำฟ้องร่วมกันออกเงินกู้เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค (บัตรเครดิตเคทีซี)
ตัวอย่างคำฟ้องกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต
ตัวอย่างคำฟ้องทำไม้หรือทำอันตรายด้วยประการใดๆแก่หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ร่วมกันเกินยี่สิบท่อน
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภคเรื่องบัตรเครดิตกรุงไทย (KTC) แพ้คดี
ตัวอย่างคำฟ้องพนักงานสอบสวนกระทำละเมิด
ตัวอย่างคำฟ้องเรื่องเพิกถอนการให้เพราะเหตุเนรคุณ
ตัวอย่างคำฟ้องแพ่งเรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย (รถชน)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภคเช่าซื้อรถยนต์เงินติดล้อ
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผิดสัญญาสินเชื่อหมุนเวียน (กู้ยืมเงินบัตรยูเม๊ะพลัส)
ตัวอย่างคำฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรม
ตัวอย่างคำฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ ( ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลงซึ่งงานวรรณกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต)
ตัวอย่างคำฟ้องคดีผู้บริโภค “สินเชื่อเงินสด ควิกแคช”
ตัวอย่างคำฟ้องที่เอสเอ็มอีฟ้องคดีผู้บริโภคได้เอง



สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๒

สู้คดีดอทคอมทนายความ
ที่อยู่ :  เลขที่ 14 ซอยพึ่งมี 38 ถ. สุขุมวิท 93 แขวง : บางจาก เขต :  พระโขนง
จังหวัด กรุงเทพมหานคร      รหัสไปรษณีย์ :10260
อีเมล ทนายความ : sepher@hotmail.co.th
โทรศัพท์ ทนายความ : 0895147766